คำพังเพยไทย

ความหมายของคำพังเพยไทย

 

คำพังเพย  เป็นการกล่าวเปรียบเทียบ(อุปมา) ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  มีที่มาจากคำกล่าวต่อๆกันมาช้านาน จากเหตุการณ์ในวิถีชีวิตของคนรุ่นก่อนๆซึ่งมีความหมายแฝง มีลักษณะคล้ายภาษิต เพื่อเป็นข้อคิดหรือแสดงความคิดเห็นทั่วๆไป หรืออาจเป็นการกล่าวเปรียบเปรยอะไรบางอย่างโดยมิได้มุ่งเน้นการสอนใจ หรืออาจเป็นการกล่าวกระทบเสียดสีก็ได้

 

กินบนเรือน ขี้รดบนหลังคา : แปลว่าคนที่เนรคุณคนเปรียบได้กับคนที่อาศัยพักพิงบ้านเขาอยู่แล้ว คิดทำมิด ีมิชอบให้เกิดขึ้นภายในบ้านนั้น ทำให้เจ้าของบ้านที่ให้อาศัยต้องเดือดร้อนคนโบราณเอาลักษณะของแมวที่ไม่ดี คือกินแล้วไม่ขี้ให้เป็นที่กลับขึ้นไปขี้บนหลังคาให้เป็นที่สกปรกเลอะเทอะเพราะคนสมัยก่อนต้องการให้หลังคาสะอาดเพื่อรองน้ำฝนไว้กิน  จึงเอาแมวชั่วนี้ มาเปรียบเทียบกับคนชั่วที่ไม่รู้จักบุญคุณคน.

กินปูนร้อนท้อง : สำนวนนี้มาจากตุ๊กแก ว่ากันว่า ตุ๊กแกที่กินปูน (ปูนแดงที่กินกับหมากพลู )
มักจะทำอาการกระวนกระวาย ส่งเสียงร้องแกร็กๆ เหมือนอาการร้อนท้องหรือปวดท้อง
จึงนำเอามาเปรียบกันคนที่ทำพิรุธหรือทำอะไรไว้ไม่อยากให้ใครรู้แต่เผอิญมีใครไปแคะได้ หรือเรียบเคียงเข้าหน่อยทั้ง ๆ ที่เขาไม่ได้เจตนาเจาะจงแต่ตัวเอง ก็แสดงอาการเป็นเชิงเดือดร้อนออกมาให้เขารู้ สำนวนนี้มักพูดกันว่า  ”  ตุ๊กแกกินปูนร้อนท้อง  “.
ไก่กินข้าวเปลือก : สำนวนคำพังเพยประโยคนี้ ถ้าพูดให้เต็มความก็ต้องพูดว่า ” ตราบใดที่ไก่ยังกินข้าวเปลือกอยู่ ตราบนั้นคนเราก็ยังอดกินสินบนไม่ได ” เข้าใจว่าเป็นคำพังเพยของจีน ๆ เอามาใช้เป็นภาษาของเขาก่อน แล้วไทยเราเอามาแปลเป็นภาษาไทยใช้กันอยู่มากในสมัยก่อน ๆ.

ขี้ก้อนใหญ่ให้เด็กเห็น  :  สำนวนนี้หมายถึง  การทำอะไรที่เป็นเรื่องไม่ดี  เป็นเรื่องชั่วร้ายเลวทรามหรือการทุจริต  โดยไม่มีความละอายใจให้ผู้อื่นเห็น  โดยเฉพาะหมายถึงผู้ใหญ่ที่ทำให้ผู้น้อยเห็นอย่างชัดแจ้ง.

ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก  :  หมายความว่า มีเรื่องราวเดือดร้อนเกิดขึ้น ยังไม่ทันจะแก้ไขหรือจัดการให้สงบดี ก็เกิดมีเรื่องใหม่ซ้อนขึ้นมาอีก กลายเป็น ๒ เรื่องขึ้นในคราวเดียว.

โค่นกล้วยอย่าไว้หน่อ : สำนวนนี้ มีประโยคต่อท้ายสัมผัสกันด้วยว่า ” ฆ่าพ่ออย่าไว้ลูก ” แต่เรามักพูดสั้น ๆ ว่า ” โค่นกล้วยอย่าไว้หน่อ ” หมายความว่าจะคิดกำจัดศัตรู ปราบพวกคนพาลให้หมดสิ้นทีเดียวแล้ว ก็ต้องปราบให้เรียบอย่าให้พรรคพวกของมันเหลือไว้เลยแม้แต่คนเดียว มิฉะนั้นพวกที่เหลือนี้จะกลับฟื้นฟูกำลังขึ้นมาเป็นศัตรูกับเราภายหน้าได้อีก ทำนองเดียวกับที่ว่า ถ้าเราจะขุดตอไม้ทิ้ง เราก็ต้องขุดทั้งรากทั้งโคนมันออกให้หมดอย่าให้เหลือไว้จนมันงอกขึ้นมาภายหลังได้อีก

ฆ่าช้างเอางา  : หมายความว่า ลงทุนลงแรงเพื่อทำลายของหรือสิ่งสำคัญใหญ่ ๆ โต ๆ เพียงเพื่อต้องการจะได้ของสำคัญชิ้นเล็ก ๆ เท่านั้น ไม่สมกับค่าของ ๆ ที่ถูกทำลายลงไป เช่นทำลายชีวิตคน เพื่อต้องการทรัพย์สิน หรือของมีค่าเล็กน้อยของคนผู้นั้นมาเป็นประโยชน์ของตน โดยไม่คิดว่าชีวิตของผู้นั้นมีค่ากว่าทรัพย์สินก้อนนั้น หรือเป็นการไม่สมควรเพราะผิดกฎหมายร้ายแรง เช่นนี้ก็เรียกว่า ” ฆ่าช้างเอางา ” ได้เช่นเดียวกัน.

งูเห็นนมไก่ ไก่เห็นตีนงู  : คำพังเพยสำนวนนี้ จะพูดสลับกัน คือเอาประโยคหลังขึ้นก่อนก็ได้ว่า ” ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ ” เพราะความหมายสัมพันธ์กัน ซึ่งตามธรรมชาติแล้วเราจะไม่เคยได้เห็น ” ตีนงู ” หรือ ” นมไก่ ” เลย เพราะงูไม่มีตีนและไก่ก็ไม่มีนม ความหมายของสำนวนจึงแปลว่า คนสองคนต่างคนต่างเห็นหรือรู้เรื่องเดิมหรือรู้ความในกันดี แต่คนอื่นอาจไม่เห็น หรือไม่รู้เรื่องของคนสองคนนี้เลย เช่น คนสองคนทำตนเป็นคนมั่งมีหรือมีความรู้สูงเพื่ออวดคนอื่น ๆ แต่ทั้งสองคนนี้ต่างรู้ไส้กันดีว่าแท้จริงแล้วต่างคนต่างไม่มีเงิน หรือไม่มีความรู้เลยเมื่อมาพบกันเข้าจึงเท่ากับว่า ” ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ “.

จ้าวไม่มีศาล สมภารไม่มีวัด :  เป็นสำนวนเปรียบเปรยถึงคนที่เร่ร่อนไม่มีที่อยู่ประจำเป็นหลักแน่นอน.

ชาติคางคกยางหัวไม่ตกไม่รู้สำนึก  :  สำนวนนี้ หมายถึง  คนที่อวดดีหรือชอบกระทำนอกลู่นอกทางเมื่อมีคนทักท้วงก็ไม่เชื่อฟัง  ยังขืนกระทำ  จนเขาหมั่นไส้ปล่อยให้ลองทำเพื่อจะให้รู้สึกตัวบ้าง  เพราะเชื่อว่าการกระทำนั้น ๆ จะต้องได้รับอันตรายถึงเลือดตกหรือเจ็บปวดเข้าก็ได้  หรืออีกทางหนึ่งเปรียบเทียบได้กับเด็กที่ไม่เชื่อฟังผู้ใหญ่หรือผู้ปกครอง  เมื่อห้ามด้วยปากไม่เชื่อก็ต้องใช้ไม้เรียวเฆี่ยนทำให้เจ็บตัวเสียก่อนจึงจะรู้สึก

ตักน้ำใส่กะโหลก  ชะโงกดูเงา  : สำนวนนี้เป็นคำเปรียบเปรย  หรือเป็นเชิงเตือนสติคนที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง  หรือคนที่ทะเยอทะยานทำตนเสมอกับคนที่สูงกว่า  ให้รู้จักยั้งคิดว่าฐานะของตนเองเป็ยอย่างไรเสียก่อน  จึงค่อยคิดทำเทียมหน้าเขา  ความหมายทำนองเดียวกับที่ว่า  ” ส่องกระจกดูเงาของตัวเองเสียก่อน ”  สำนวนนี้  ผู้หญิงสูงศักดิ์มักจะใช้เป็นคำเปรียบเปรยเย้ยหยันผู้ชายที่มีฐานะต่ำต้อยกว่า.

ตักน้ำรดหัวตอ  :  สำนวนนี้  โบราณใช้เป็นคำเปรียบเทียบถึงการที่เราจะตักเตือน  หรือสั่งสอนใครสักคนหนึ่งแต่คนนั้นไม่ยอมรับ  หรือไม่เชื่อฟังคำเรา  เปรียบได้กับการที่เราเฝ้าหมั่นรดน้ำหัวตอของต้นไม้  เพื่อหวังจะให้งอกงามขึ้นมาได้  ความหมายอย่างเดียวกับสำนวนพังเพยที่ว่า  ” ตักน้ำรดหัวสากล ”  และ  ” สีซอให้ควายฟัง “.

ตัวตายดีกว่าชาติตาย  :  สำนวนนี้เป็นสำนวนปลุกใจที่สืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคนแล้ว  มีความหมายไปในทางให้คนเรารักประเทศชาติหรือบ้านเมืองของตนเองให้มั่น  เมื่อยามมีศัตรูมารุกรานบ้าเมืองก็พร้อมที่จะพลีชีวิตร่วมกันต่อสู้เพื่อป้องกันประเทศโดยยอมให้ตนเองตายดีกว่าชาติหรือประเทศต้องถูกทำลายลง.

 

เต่าใหญ่ไข่กลบ  :  เป็นสำนวนที่หมายความว่า  การทำอะไรที่เป็นพิรุธแล้วพยายามจะกลบเกลื่อนไม่ให้คนอื่นรู้  สำนวนนี้เอาเต่ามาเป็นคำเปรียบเทียบก็เพราะธรรมชาติของเต่าใหญ่  เช่น  เต่าตนุเวลาจะวางไข่  ก็คลานขึ้นมาบนหาดทราย  แล้วคุ้ยทรายให้เป็นหลุมเพื่อไข่  พอไข่เสร็จก็คุ้ยทรายกลบไข่เสีย  เพื่อซ้อนไข่ของตนให้พ้นจากศัตรู  หรือคนลักไปทำลาย.

ปลาข้องเดียวกัน  ตัวหนึ่งเน่า  ก็พลอยพาให้เหม็นไปด้วย  :  สำนวนนี้ค่อนข้างจะยาวไปสักหน่อย  แต่ก็เป็นที่จำได้ง่าย  หรือใช้กันทั่วไป  มีความหมายว่า  คนที่อยู่ร่วมกัน  ถ้าคนใดคนหนึ่งทำมิดี  หรือทำชั่วก็พลอยให้คนอื่น ๆ ที่อยู่ร่วมกันเสียไปด้วย.

ปลาหมอตายเพราะปาก  : หมาถึงคนที่ชอบพูดพล่อย ๆ รู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือพูดแสดงความอวดดี  จนตัวเองต้องรับเคราะห์ก็เพราะปากของตนเอง  สำนวนนี้มาจากปลาหมอที่อยู่ในลำน้ำ  มักชอบผุดขึ้นฮุบเหยื่อหรือน้ำบ่อย ๆ จนเป็นที่สังเกตของนักจับปลาได้ว่า  ปลาหมออยู่ตรงไหน  ก็เอาเบ็ดล่อลงไปรงนั้นไม่ค่อยพลาด  จึงเรียกว่า  ปลาหมอตายเพราะปาก.

ปล่อยเสือเข้าป่า  ปล่อยปลาลงน้ำ  : สำนวนนี้มีความหมายอย่างเดียวกันทั้งสองประโยคที่ว่า  การปล่อยให้บุคคลสำคัญ  หรือศัตรูที่เราจับได้กลับไปสู่แห่ลงเดิมของมัน  เพราะเสือย่อมอยู่ในป่า  และปลาอยู่ในน้ำ  เมื่อมันกลับสู่รังธรรมชาติของมันแล้ว  กำลังวังชาของมันก็ย่อมมีขึ้นอย่างเดิม  มันอาจจะเป็นเหตุให้ศัตรูกลับมาคิดแก้แค้นเราได้ภายหลัง.

พุ่งหอกเข้ารก  :  สำนวนนี้  หมายถึงทำอะไรที่สักแต่ว่าทำลงไปให้แล้วเสร็จ  โดยไม่คิดคำนึงถึงผลเสียหรือผลที่จะได้รับเป็นอย่างไร  เปรียบได้กับการพุ่งหอกเข้าไปในที่รก  โดยไม่รู้ว่า  หอกนั้นจะไปตกต้องโดนอะไรเข้าไปเป็นผลเสียหายบ้าง  เพราะในที่รกย่อมมองไม่เห็นว่ามีอะไร.

มะกอกสามตะกร้าปาไม่ถูก  :  สำนวนนี้หมายถึงคนที่พูดเก่ง  หรือตลบแตลงเก่ง  พูดกลับกลอกได้รอบตัว  หรือพูดจนจับคำไม่ทัน  เป็นที่ไม่น่าเชื่อถือและไว้ใจ  เปรียบเหมือนกับว่าเป็นคนหลบหลีกได้คล่อง  ถึงจะเอามะกอกใส่เต็มตะกร้า ๓ – ๔ ตะกร้ามาขว้างปาก็ไม่ถูก  ทำนองเดียวกับที่ว่า  ” จับไม่ได้ไล่ไม่ทัน “

ไม่มีมูลฝอยหมาไม่ขี้  :  หมายความว่า  อะไรก็ตามที่เกิดขึ้น  มักจะต้องมีเหตุหรือมีเค้ามูลมาก่อน  ไม่ได้เกิดขึ้นลอย ๆ

แหล่งที่มา : http://oknation.nationtv.tv/blog/zuni/2007/12/11/entry-1/คำพังเพยไทย